ก่อน Square จะมาทำเกม Final Fantasy
ราวๆปี 1987 มีบริษัทเล็กแห่งหนึ่งชื่อ Square Co. LTD. ได้ทำหน้าที่ผลิตซอฟต์เกมส์รายย่อยให้กับ Nintendo พวกเขามุ่งมั่นกันเหลือเกินว่า เกมส์ที่พวกเขาทำจะต้องขึ้น Top Hit ติดอันดับให้คนทั่วญี่ปุ่นรู้จักกัน ทว่า.. สิ่งที่พวกเขาทำได้ในขณะนั้นก็เพียงแต่ ทำซอฟต์แวร์เกมส์ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ให้กับ Famicom Disk System ของนินเทนโดเท่านั้นเอง ข้อสำคัญก็คือ ระบบดิสก์ของนินเทนโดมีข้อจำกัดเป็นอย่างมาก และเกมส์ที่พอจะติดตานักเล่นของแสควร์ ก็เป็นชูตติ้งธรรมดาๆเกมหนึ่ง ลักษณะคล้ายๆ Space Harrier ของ SEGA ครับ นักเล่นรุ่นเก่าอาจยังพอจำได้
แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้กล่าวถึงสถานะทางการเงินของแสควร์ในตอนนั้นว่า ย่ำแย่เอาการอยู่ และหากไม่รีบกอบกู้สถานการณ์แล้วไซร้ โปรแกรมเมอร์รวมทั้งสตาฟของแสควร์ อาจได้ไปเข็นรถขายราเม็งแทนแน่ๆ เกมส์ที่ออกมาเป็นคอนโซลในช่วงนั้นนะครับ หากไม่ใช่สกอลชูตติ้งแนวตั้งหรือนอน ก็เป็นแอ็คชั่นซะส่วนใหญ่ ซึ่งก็มีคนทำตลาดมาก่อนเป็นจำนวนมาก เกมส์ที่ไม่ค่อยมีคนจับก็คงเป็น RPG เพราะเจ้าเดียวที่ผงาดครองยุทธภพอยู่ได้ในตอนนั้นคือ Enix กับซีรี่ย์ยอดนิยมที่ชื่อ Dragon Quest
ฮิโรโนบุ ซากากุชิ หัวหอกใหญ่ของแสควร์ซอฟต์ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า ทำไมเล่าแสควร์จึงไม่จับ RPG ปั้นขึ้นมาเป็นโปรเจ็คซัก Title นึง เอาขึ้นมาชนกับดราเก้ซึ่งไม่มีคู่แข่งเลยในตอนนั้น จับพลัดจับผลูโปรเจ็คนี้ของแสควร์อาจไปถึงดวงดาวได้ไม่ยากนัก อีกประการ ซากากุชิเชื่อมั่นในศักยภาพของแสควร์ ว่าสตาฟของเขาสามารถผลิต RPG คุณภาพทัดเทียมกับ DQ ได้อย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นเอง โปรเจ็ค Famicom Disk ทั้งหลายถูกยกเลิกไป ทุกคนหันมาทุ่มเทให้กับ RPG แบบตลับชิ้นหนึ่ง ซึ่งรวมเอา แรงกาย แรงใจ ความคิด เงินทุน และทุกสิ่งทุกอย่างของแสควร์เอาไว้ในโปรเจ็คเดียว ถ้าภาษาบ้านเราก็เรียกว่าขายบ้านขายนามาแทงม้านั่นแหละครับ ได้ก็รวย ไม่ได้ก็เจ๊ง ทุกคนตระหนักดีว่า แสควร์ซอฟต์จะอยู่หรือไปก็ขึ้นกับโปรเจ็คชิ้นนี้ จึงพยายามรังสรรงานออกมาอย่างเต็มที่
พวกเขาพร้อมใจกันตั้งชื่อโปรเจ็คแห่งความฝันนี้ว่า "Final Fantasy" แสควร์มุ่งมั่นที่จะให้ RPG ตัวนี้ปฏิวัติวงการ RPG แบบเดิมๆ มีฉากต่อสู้ที่เห็นทั้งตัวเราและศัตรู มีกราฟฟิคของคาถาซึ่งไม่ต้องอาศัยจินตนาการแบบ DQ หรือ RPG อื่นๆ รวมทั้งเปลี่ยนระบบการเซฟมาใช้ Battery Backup ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อตลับสูงขึ้นไปอีก เอาล่ะสิครับ ถ้าม้ามืดของแสควร์ตัวนี้ไม่เข้าวิน อะไรจะเกิดขึ้นกับซากากุชิและทีมงาน
มาถึงตอนนี้คงจะรู้คำตอบกันแล้วนะครับ ว่าความฝันของแสควร์ซอฟต์ เจ้าม้าปั้นที่ชื่อ Final Fantasy เข้าวินสมใจปรารถนาหรือเปล่า จริงอยู่ว่าภาคแรกทำรายได้ไม่งดงามมากนัก เพราะทำยอดไม่ถึงล้านตลับ แต่ตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา ยอดขายของ FF (จะย่อล่ะนะครับ) พุ่งกระฉูด เฉพาะภาค 7-8 ยอดขายรวมกันก็ปาเข้าไปเกือบสิบล้านชุดทั่วโลก เกมเมอร์ทุกคนที่เคยเล่น FF มาคงจะทราบถึงเสน่ห์และความสนุกของ FF Series เป็นอย่างดี จริงๆ แล้วผมก็ไม่คอยอยากสาธยายเพิ่มเท่าไหร่นัก แต่ว่าการรู้เรื่องราวที่เกี่ยวพันเล็กๆน้อยๆ อาจทำให้เราเข้าใจโลกของ FF ได้ดียิ่งขึ้นล่ะครับ บทความนี้เก็บตกมาจากเว็บไซต์และหนังสือของฝรั่งเค้า มาจากหลายที่เหมือนกัน เอาเป็นว่า จะแกะๆมาให้อ่านเล่นฆ่าเวลาละกันนะครับ
Credits : http://www.all-final.com
โหย ๆๆๆๆ สุดยอด พระเจ้าขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ งิ